Mintra's profileGuess Who? FAI !PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 10 ได้คำทำนายทายวันเกิดตัวเองมาทำไมมันตรงหยั่งงี้... ตรงทุกคำพูดเล๊ยยย.... ท่านที่เกิดวันที่ 28 (วันเกิดฉานนนน...) เปรียบดังความหมายของคำคำนี้ อุปนิสัย: สไตล์การทำงาน : อาชีพที่เหมาะสม : January 23 เรื่องของน้องหมามาเล่าเรื่องของหมา ที่ทำให้เราต้องเสียน้ำตา กันอีกดีกว่า
ด้วยว่าเรา เดินดุ่มๆ ตัวคนเดียว ในจุฬาบ้านเก่า
เจอน้องหมาตัวโตตัวนึง.. เดินสวนเราไป
ด้วยแว่บแรกว่ามันคือ รอดไวล์ดเลอร์ ตัวโต
ขนดำขลับ และมันเงา
แล้วมันก้อเดินผ่านไป
.... เอ๊....เมื่อมันเดินผ่านเราไปได้ซัก 5-6 ก้าว (ของหมา)
พบว่า มามันขาเป๋..
ผอม..
เหม็น..
ขามันแป และเดินปัด
เราเดินต่ออีก 3 ก้าว... ยังไม่พบเจ้าของหมา
เลยหันหลังอย่างเร็วและออกปากเรียก
"เฮ้ๆ ไอ้หมา มานี่ๆ"
มันหันขวับ เผยให้เราเห็นดวงตากลมๆเศร้าๆ ที่ดำมืดของมัน
พอเห็นเราตบขาเรียกมัน ปับๆ
ตามันเกิดประกายและพยายามลากสังขารของมันเดินมาหาเราโดยทันที
(ด้วยสภาพตุปัดตุเป๋สุดขีด)
พอมาถึง เราเห็นได้ชัดว่ามันเป็นมาตัวโต ขนดำสวย หัวกะโหลกใหญ่ได้รูป
อุ้งเท้าโต ตัวสูงเท่าเอว ถ้ามันไม่ป่วยแบบนี้มันต้องเป็นหมาที่สวยสง่าที่สุดตัวนึงแน่ๆ
มันถูหัวไปมาที่ขาด้านที่เราตบ
แรงมันแทบจะไม่เหลือจะยืนด้วยซ้ำ ตัวมันผอมเห็นกระดูกสะบักไม่รับกับหัวสวยๆของมัน
เราเกิดอาการ เมตตา ตามหลัก ของซือจี้ ที่ว่าเมื่อเห็นทุกข์โศกจะเกิดเมตตาจิตโดยอัตโนมัติทันที
(แบบที่พระพุทธเจ้าเห็นสภาพอันน่าเวททนาทั้งหลายอ่ะแหล่ะ)
แต่มันน่าอนาถมากจริงๆนะ
คงมีคนเอามาทิ้งไว้ เนื่องจากไม่อยากเลี้ยงและไม่อยากรักษา
เราไม่รู้จะทำยังงัย เพราะเป็นคนชอบหาเรื่องใส่ตัว
จึงลากคนรักหมามามีเอี่ยวด้วยอีกคน
วันนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงที่ให้เวลาดูแล้วเจ้าหมาตัวนี้
ครั้นเราจะเอามันไปโรงพยาบาลเองก็ไม่ไหว อีกอย่างโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาล
พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าคุณเอามาคุณก็ต้องจ่าย...
แล้วสภาพนี้ต้องไม่ต่ำกว่าหมื่นแน่ๆ
ชั้นจะเอาที่ไหนไปจ่ายล่ะ
โทรถามโรงพยาบาลเสร็จก็โทรปรึกษาพ่อเเม่...
เป็นอันว่า...ช่วยอะไรไม่ได้ พร้อมกับเสียงพ่อบ่นอุบอิบถึงคนที่เอามาทิ้งได้ลงคอ
มูลนิธิไหนก็ไม่รับ โทรไปที่ไหนก้อไม่มีใครอยากยุ่ง
(ยกเว้นมูลินิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ที่ยังไม่ได้โทรไป)
ชีวิตหมาก้อชีวิตนึงเหมือนกันนะ
ไหนว่าเมตตาหมา
แต่เอาเข้าตอนสุดท้าย ไอ้ที่ว่ารักหมา
เรี่ยไรเงินไปช่วยหมา...มันเอาไปถึงหมารึเปล่า
เราทนไม่ไหวถึงสภาพและสังคมของเราในตอนนี้ แค่หมาตัวเดียว ทำให้เราเข้าใจโลกอันเลวร้ายนี้ได้มากขึ้น
ด้วยความสมเพชเวทนา ทั้งหมา ทั้งคนใจดำในกรุงเทพฯ
ที่เค้าเรียกว่า city of Angles น่ะ มันกลายเป็น City That's full of Demons จะดีกว่า
Angles น่ะ มันไม่มีแล้ว
สุดท้ายเราก็ได้แค่ว่า หาน้ำ หา ข้าว ให้มันกิน (ซาลาเปา 1 ลูก ข้าว 2 กล่อง)
แล้วก้อแค่นั้น
รุ่งขึ้นมันก้อหายไป
ภาวนาให้มันโชคดี... อยากไปกัดใครจนตัวเองต้องโดนตีตายแล้วกัน
January 03 ยางลบเนื่องจากวันปีใหม่ ต้องซื้อของขวัญมากมาย ก่ายกองเพื่อส่งความสุข
ให้แก่คนมากมาย ทั้งเจ้านาย ผู้ใหญ่ ญาติสนิทมิตรสหาย และผองเพื่อน
ปัญหาใหญ่ อุปสรรคใหญ่ยิ่ง ในการให้ของขวัญซึ่งสร้างความรำคาญและเสียเวลา
ยิ่งเฉพาะตอนหน้าสิ่วหน้าขวานด้วยแล้ว...คือไอ้เจ้าสติ๊กเกอร์ติดราคาของสินค้า
สติกเกอร์ประเภทนี้น่ะนะ ถ้าติดไม่ดีจะลอกออกได้ง่ายๆ ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่
หรือคนที่ชอบใช้บริการห่อของขวัญตามห้างปกติๆ ก็คงไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ต้องลอกออกเอง
แต่ไม่ใช่กับอิชั้น...
อิชั้นซึ่งชอบเดินหาของขวัญนานนับชั่วโมง หาวิธีการห่อที่ถูกใจ
เอาแบบแปลกๆหรือไม่ก้อให้จำได้เลยว่าข้าพเจ้าเป็นคนซื้อให้
จะทะเลาะตบดีกับไอ้เจ้าฉลากราคานี้ประจำเลย
ล่าสุด...ปากกา จำนวน 6 แท่ง
มีฉลากราคาเหนียวหนืดแปะอยู่...
สรุปต้องไปทำงานสายเพราะมัน!!
ทั้งเอาน้ำร้อนราด แอลกอฮอร์เช็ด ถูด้วยสก๊อตไบร์ท
หาทินเนอร์ไม่ได้ ว่าจะเอาน้ำยาล้างส้วมเช็ดก้อเกรงใจคนได้ไป
น่าหงุดหงิดชะมัด...
สรุปว่าต้องเอากระดาษเขียนลายแปะ ทำคิขุน่ารัก แปะทับไปเลย
ตบตีกับมันมานานหลายปี
ปีนี้เพิ่งมารู้ว่า ... ยางลบ
ใช่... ยางลบ ยางลบเท่านั้น
เพิ่งรู้ว่าไอ้เนี่ยมันเอาออกได้ด้วยยางลบ... โง่ชะมัดเลยเรา
เพิ่งมาฉลาดเพราะมีคนบอกว่า "เอายางลบๆ ดิ"
แค่เนี้ย...? ยางลบดินสอ ธรรมดาๆ
ไอ้ที่เอาออกยากนักยากหนาเนี่ย ลองดูดิ เอายางลบ ลบ
ลบ ลบ ลบ ลบ และก้อ ลบ!!
เฮ้อ... ใครยังหัวเสียกะมันอยู่ ลองเอาไปใช้ดูนะ
ยางลบ... ลบ!!!
May 10 lihgt at the endthere's always the light at the end of the tunnel
ผ่านไปแล้วกับช่วงที่หนักๆ ช่วงที่แย่ๆที่สุดในชีวิตอีกช่วงหนึ่ง
มันเป็นช่วงที่มีปัญหามากมาย
เราก็ได้เรียนรู้อะไรๆอีกมาก....
ได้เรียนรู้วว่า "เพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก" แต่ก็ไม่ยากซักทีเดียว
โชคดีที่เรามีเพื่อนดีๆ เต็มไปหมด "พี่ตูน ขวัญ บิ๋ม อุ๊ เฟิร์น พี่เม และหลายๆคน"
ขอบคุณที่ช่วยทุกอย่าง(แต่บางทีอาจไม่รู้ตัว) ทั้งช่วยอยู่ข้างๆ
ให้คำแนะนำ คอยถามไถ่ และอะไรๆมากมาย
ได้เรียนรู้ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้มาฟรีๆ" ไม่มีอะไรที่เราจะได้มาโดย
ไม่เสียอะไรไป ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ สิ่งที่ได้มาง่ายๆก็จะทำให้เราเสียอะไร
ไปสักอย่างหนึ่งภายหลังอยู่ดี
ได้เรียนรู้ว่า"คนที่จะช่วยเราได้ดีที่สุดคือตัวเราเอง" อย่าวาดหวังว่าจะได้
ความช่วยเหลือจากใครจนเกินไป เพราะสุดท้ายเมื่อเราหมดหนทางทุกอย่าง
แล้วฝากความหวังไว้ที่คนๆหนึ่ง มันจะทลายความหวัง ทำให้เสียใจ
และสร้างความผิดหวังให้มากที่สุด
ได้เรียนรู้ว่า "พ่อ แม่ ยังงัยก็รักเราได้ดีที่สุด"
เมื่อทุกคนหนีหาย ที่พึ่งสุดท้ายคงเป็นสองคนนี้เท่านั้น
ดังนั้น จงนึกถึงเขาทั้งสองให้มากๆ
ได้เรียนรู้ว่า "คนที่หวังดีกับเราและรักเราจริงนั้น จะอยู่กับเราเมื่อเราต้องการกำลังใจ"
คนเหล่านั้นจะคอยดูแลเราเสมอ เขาไม่แคร์อะไรมากกว่าความรู้สึกของเรา
เขาไม่ต้องการอะไรเพียงแค่ความสุขของเราเท่านั้น
เขาไม่ต้องการอะไรนอกจากอยู่คอยให้กำลังใจ เขาไม่ต้องการอยู่กับเราเมื่อเรามีความสุข
แต่จะคอยดูแลเมื่อเรามีความทุกข์ ส่วนคนที่หวังสิ่งตอบแทนจากเรา
จะไม่อยู่กับเราเมื่อเราประสบปัญหา พวกเขาจะไม่นึกถึงจิตใจและความรู้สึกของเราเลย
ได้เรียนรู้ว่า "พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว" ถ้าคิดจะทำอะไรหรือรู้สึกอะไรหรือ
อยากทำอะไร จงแสดงออกไปและทำมันซะ
เพราะพรุ่งนี้อาจจะไม่มีอีก ไม่มีโอกาส ไม่มีอีก...
ได้เรียนรู้ว่า "there's always the light at the end of the tunnel"
มันมีสิ่งดีๆตามสิ่งที่ไม่ดีมาเสมอ เพียงแต่เราอดทนและเข้มแข็ง
อย่าปล่อยให้ตัวเองตายอยู่ในอุโมงค์แคบๆและมืดมิด
เพราะคุณอาจไม่ได้เห็นแสงสว่างของสายรุ้งหลังฝนที่สวยงามซึ่งรออยู่
April 09 เจ้าหมาน้อยสุดที่รักวันนี้อารมณ์ดีจนนอนไม่หลับ
เอ...หริอไม่รุว่าเป็นเพราะทำงานเยอะไปรึเปล่า
เลยมาเรียงความเรื่องน้องหมาน้อยให้อ่านเล่นกัน
หมาน้อยของฉัน..
หมาน้อย..เจ้าจำได้ไหม..ตอนที่ฉันเจอเจ้าครั้งแรก
เจ้าคงไม่รุ้หรอกว่า ฉันก็แค่นึกว่าเจ้าเป็นหมาน้อยตาดำๆ ธรรมดาทั่วไป
ขนเจ้าสีน้ำตาลหยิกหยอย...มีสีขาวอยู่ตรงหัว ถุงเท้า
แล้วก็ปลายหาง ตัวเลยฝ่ามือมาได้ไม่เท่าไหร่
เจ้านอนหลับปุ๋ย...อยู่ในตะกร้าไวน์ ดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อยน่ารัก
แต่พอได้อยู่กับเจ้ามากขึ้นไม่อยากเชื่อเลยว่า
เจ้าแสบเป็นที่สุด เอาแต่ใจ กวนบาทา
หยิ่งทะนงตน ชอบแอบกัดลับหลัง
ตาดำๆ ก็เพิ่งรู้ว่ามันกลมโต แล้วก็เป็นสีทองซะด้วย..
ขนเริ่มยาว สมองที่พัฒนาขึ้นก็กลายเป็นจอมวางแผนตัวฉกาจ
จนอยากซัดซักอั่กสองอั่ก
ถึงแม้เจ้าจะเกเร ซน ดิ้อ ไม่เชื่อฟัง ชอบกัดไปทั่ว และมัวแต่เล่น
แต่เจ้ากลับทำให้ฉันและคนรอบข้างยิ้มมาจากใจ
หัวเราะได้อย่างเต็มที่..และฉันก็ไม่ได้หัวเราะอย่างนั้นมานานมากแล้ว
อาจเพราะเรื่องร้ายๆที่ผ่านเข้ามาก่อนหน้านั้น
แต่เจ้าก็ช่วยลบมันไปได้หมดสิ้น ด้วยความน่ารักของเจ้า
เวลาที่เจ้าเข้ามาอ้อน..มาชวนเล่นด้วย...
สายตาป้องแป๊วสีทองคู่นั้น....
มันน่ารักที่สุด!
เจ้าทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น
เวลาที่เหงา ก็มีเจ้าอยู่ข้างกายตลอดเวลา
เจ้าคอยให้กำลังใจฉันด้วยตาสีทองนั่น
วันนึงเจ้าบาดเจ็บ...โดนไอ้โบ้หมาข้างถนน ที่เจ้าคิดว่ามันเป็นเพื่อนสนิทกัด..จนขาข้างขวานิ้วหัก
เจ้าคงเสียใจไม่น้อย...เจ้าซึมไปหลายวัน
ฉันโกรธเจ้าโบโบ้ที่สุด..
ส่วนเจ้าต้องเข้าเฝือก...กลายเป็นหมาลำโพง
ใจฉันเป็นห่วงเจ้าที่สุด อยากให้เจ้าหายเร็วๆ
จะได้มาเล่นกันอีก
ฉันอยากให้รู้ว่าฉันอยากเจอเจ้าทุกวัน กอดเจ้าทุกวัน
อยากเล่นด้วยทุกวัน เพราะฉันอยู่กับเจ้าแล้วมีความสุขที่สุด
เจ้าเท่านั้นที่ไม่อยากได้อะไรตอบแทนจากฉัน
เจ้าไม่เคยหวังอะไรจากฉัน
เจ้าไม่โกหกฉัน เจ้ารอคอยและดีใจที่ได้เจอฉันทุกครั้ง
เพราะเช่นนั้น ฉันจึงอยากให้ความรักให้กับเจ้า
และฉันก็ได้ให้ความรักของฉันไปโดยไม่รู้ตัว...
..รักเจ้าเข้าแล้วล่ะ...
...."ไอ้ตุ้ง"..... March 26 ศัตรูตัวฉกาจ(แอบเครียดเล็กน้อย)ในชีวิตนี้..ชีวิตน้อยๆที่ดำเนินไปเรื่อยๆ
ตามวันเเละเวลาที่หมุนไปอย่างเงียบๆ
ศัตรูตัวฉกาจที่มาขัดขวางเส้นกราฟของชีวิต
ไม่ให้ราบเรียบ เป็นคลื่น ลุ่มๆ ดอนๆ
จนบางครั้งมันอาจจะสั้นหรือหยุดอยู่ซะช่วงเวลานั้น
เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากความรัก
ศัตรูตัวแรกซึ่งนำมาซึ่งความปลาบปลื้ม ยินดี
เบิกบานและชุ่มชื่น จนลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่หมุนวนเข้ามาในชีวิต
แล้วทันใดก็จะนำมาซึ่งความเบื่อหน่าย ผิดหวัง เสียใจ ท้อแท้
หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ความรักมันจากไปพร้อมกับความหวังที่พังทลาย
ไม่แม้แต่จะสามารถเก็บเพียงเศษเสี้ยวของมันมาแต่งเติมให้เหมือนเดิม
แต่จะฝืนเก็บก้อยิ่งบาดให้เป็นแผลในใจซึ่งเจ็บจนเจียนตาย
การหลอกลวง ศัตรูตัวที่สอง นำมาซึ่งความโกรธ เกลียด
ผิดใจ บาดหมาง แตกหัก จนยากเกินจะเยียวยา
ไม่มีชีวิตใครที่ได้ลิ้มรสของการหลอกลวงแล้ว
จะผ่านมันไปได้โดยไม่เกิดอะไรซักสิ่งซักอย่างเป็นไม่มี
ฝ่ายที่ถูกหลอกลวงจะบาดเจ็บ มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะเยียวยา
แต่ก็ไม่มีทางรักษาความเข็ดจำให้หายไปจากความทรงจำได้
ฝ่ายที่หลอกลวงอาจคิดว่าเป็นฝ่ายได้
แต่ไม่นานจะพบว่าตัวเองเป็นฝ่ายสูญเสียที่ไม่มีทางคว้าสิ่งที่สวยงามกลับคืนมาได้
มีเพียงแต่สิ่งเน่าเหม็นรอบตัวเท่านั้น และจะรู้ว่าตนเจ็บปวดกว่า
ที่ได้ทำเอาไว้อีกหลายเท่า เมื่อพบกับคำว่า"สายไป"
และได้รับ"การหลอกลวง"นั้นจากผู้อื่นเช่นกัน
การรอคอย ศัตรูตัวที่สามซึ่งนำมาซึ่งความอ้างว้าง
เดียวดาย สร้างความเหน็บหนาวให้กับชีวิตที่สุด
บดบังแม้ความหวังและจุดหมายข้างหน้า
เวลาไม่อาจช่วยอะไรได้ นอกจากช่วยให้ความเหงา
และเหน็บหนาวนั้นทรมานมากขึ้นอีก
ความโดดเดี่ยวซึ่งไม่อาจเห็นจุดจบนี้
ยิ่งมองไปข้างหน้ายิ่งจะเห็นเพียงอดีตที่ขมขื่นเท่านั้น
การรอคอย ทำให้ชีวิตน้อยๆ กระหายถึง"ความรัก" "ความหวัง"
โหยหา"ความเบิกบาน" และท้ายที่สุดก็เปิดช่องว่างให้
กับศัตรูชีวิตทั้งหมดเข้ามาสร้างอาณาจักรของมันอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับคนที่รู้จักกับชีวิต
คงได้สะกิดใจกันบ้าง
March 18 อัมพวาฮาเฮเริ่มเรื่องด้วยที่ข้าพเจ้าต้องไปต้อนรับเจ้าพวกเด็กฝรั่งเศส
(ที่มากันทำมัยไม่รุ บ๊อยบ่อย) สถานที่เดิมๆก้ออัมพวา
ประจวบเหมาะกับที่คุณแม่ที่น่ารักของตุ้ยกลับไปหาคุณยาย
ที่อัมพวาด้วย(ตุ้ยต้องไปด้วยแต่ตุ้ยตื่นไม่ทัน..เลยตกรถ..แม่ทิ้ง)
ฟางก้ออยากไปให้พ้นๆกรุงเทพฯ....
โอกาสแบ่บนี้..มันต้องจัดทริป!!!!!
ได้แนวร่วมแบบเฮไหนเฮนั่น รวมทั้งหมดเจ็ดชีวิต หนึ่งอาวุโส
คือ ป๋า ฟาง เอมี่ ยูมิ ปรี ตุ้ย ฝ้าย และ...ไอ้ตุ้งแช่
ที่สำคัญคือ เอมี่ ยูมิ และปรี ที่ไม่เคยเหยียบย่างสู่ดินแดน "น้ำคลอง"แห่งนี้เลย
คนอื่นอาจจะงงๆว่าอัมพวาเมืองที่เงียบสงบและบ้านๆเมืองนี้มันจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้น
หุๆๆๆ เด๋วก้อรู้ เพราะสนุกไม่สนุกมันขึ้นอยู่กับคนไป..ว่าจะลุยๆ เฮๆ ได้ถึงไหน
ก้าวแรกที่ทั้งหมดเจอกับอัมพวาสามสมาชิกใหม่ยังคงมอง"คลองแบบงงๆ"
ว่า"มันจะเล่นไปได้งัยฟะ"อยู่ ร้านแรกที่เราแขวนท้องก้อไม่พ้นร้าน"ตาเป้า"
ร้านประจำของนายตุ้ยเขาล่ะ
กินอิ่มก้อเล่นเลยยยยย..เริ่มแรกไปเล่นบาส (พี่ไม่ได้ไป เพราะว่าไปต้อนแขกอยู่)
ด้วยที่ฝนเพิ่งตก สนามบาสเลยมีสภาพเหมือนศูนย์ฝึก ที่มีแอ่งโคลนเต็มไปหมด
ลูกบาสเลยกลายเป็นระเบิดโคลนที่ไม่มีใครอยากได้...
ต่างเลยพูดเป็นเสียงเดียวว่า"ไม่เคยเล่นบาสแล่วไม่อยากได้บอลเท่านี้มาก่อน"
เล่นบาสเสร็จ ก้อเล่นน้ำสิ
เอ๊า..พอเรามาถึงหน้าบ้าน สมาชิกก็ลงไปลอยคอเท้งเต้งอยู่ในคลองเรียบร้อย
โดดน้ำกัน ตูมๆ มีลูกบอล บอร์ด อุปกรณ์ครบ โดดจากชานไม่พอ
ไปโดดจากเรือที่เขาจอดไว้เหนือน้ำอีก...เสียงก้อปี๊ดๆ..จนอัมพวาแทบแตก
ฮาขนาดไหนให้ดูภาพประกอบด้วยนะจ๊ะ
เล่นกันจนเหนื่อย มีเรือขายขนมผ่านมา ก้อซื้อรองท้องทั้งๆที่ยังเล่นน้ำกันอยู่นั่นแหล่ะ
มาเมืองนี้ไม่ล่องเรือดูหิงห้อยก้อเหมือนมาไม่ถึง
เราเลยเช่าเรือโดยวางแผนการเดินทางสุดหรู...
ตอนแรกล่องเรือชมบ้านริมคลอง...แล้วไปที่ร้านอาหาร"ชาวเล"
จากนั้นพอมืด ก็ล่องออกแม่น้ำไปดูหิงห้อย แล้วก้อกลับมาชิวที่บ้าน
แต่พอเอาเข้าจริง..เล่นน้ำจนเหนื่อย...วิวริมคลองเลยไม่ได้ดู
เพราะจะหลับกันบนเรือ (ลองดูหน้าตุ้ยเด่ะ)
ชาวเล..ร้านอาหารไม้ตายของข้าพเจ้า พอถึงแล้วก้อจ้วงเอาๆ
ด้วยความหิว..แล้วตบท้ายด้วยไอติมสิบสองก้อน
เอาให้เหมือน เอิร์ทเคว้ก แย่งกันกินมันไปเลยหมดภายในพริบตา
พอแรงมา ก้อมีกะจิตกะใจเที่ยวต่อ
ดูหิงห้อย..ล่อหิงห้อยกันสนุกสนาน โดยปรีที่อยู่หัวเรือ
เป็นคนล่อ..สนุกกันใหญ่ หลอกหิงห้อย..
แต่เราต้องรีบล่องเรือกลับ เพราะเกิดปัญหาที่สมาชิกต้องรีบกลับ..
กลับไป เข้าห้องน้ำ 555 กินน้ำเยอะไปหน่อยอ่ะนะ
มาถึงบ้านงานนี้มีเปิดใจ คุยกันยันเช้า กับ ค๊อกเทล ฝีมือเจ๊ฝ้าย
เอมี่ตอกที พุ่งกระฉูดเต็มโต๊ะ ยูมิก้อเอากะเค้าด้วย
ส่วนฝีมือฟางก้อหนักไปหน่อย 555 หน้าแดงกันเป็นแถว...เอาน่าจะได้หลับสบาย
โน่น..ปาเข้าไปตีสาม กว่าจะได้นอน คุยกันคืนนี้ ได้สนิทกันขึ้นอีกเยอะนะ
แต่ฟางข้าวยอมแพ้.. หลับไปคนแรกเลย หุๆ
เช้ามา คุณชายตื่นคนแรก สาวๆนอนอืดอยู่ไม่ตื่นซักที
ตื่นมาตอนเช้า รู้สึกตึ๊บๆ ยังไม่ตื่นดี เลยตัดสินใจลงน้ำอีกรอบ
คิดผิด...เพราะทำให้เจ้าตุ้ยล้างแค้นสำเร็จ..เซ็งเจงๆ..
เล่นน้ำเช้าพอให้สดชื่น..ก้อไปกินข้าวร้านคนที ร้านนี้ปลาทอดอร่อยมาก
ถูกกว่าชาวเล แล้วก็อยู่ริมแม่กลองด้วย
กินอิ่มก้อพาไปไดเอ็ท...หุๆ (เป็นแผนลดความอ้วน)
ไปปั่นเรือที่วัดเจริญ ที่นี่ปั่นเรือไปให้อาหารปลาไป
..เพลินดี...
แต่ไม่ได้ๆ เด๋วไม่ตื่นเต้น..เลยจัดแข่งถีบเรือโดยมีสามลำดังนี้
เรืออีเขียว โดย เอมี่กะฟาง
เรือหงส์สุดสวย โดย ปรีกะ ยูมิ
เรือเป็ดโดนัล โดย ฝ้าย ตุ้ย และไอ้ตุ้ง
ออกสตาร์ท อีเขียวนำลิ่วเพราะไม่หนักหัวแบบหงส์และเป็ด
ตามติดด้วยหงส์...รั้งท้ายด้วยเรือเป็ด...(เพราะปังคับทางไม่ได้)
ทีท่าว่าอีเขียวจะเข้าเส้นชัยเป็นลำแรก...ปรากฎว่า อีเขียวโดนตัดหน้าด้วย
"ตัวเฮีย" ว่ายน้ำผ่าน คันท้ายอย่าง "เอมี่"เลยต้องหักหลบซ้ายทันคันควัน
เบียดเอาหงส์ติดออกนอกเส้นทางไปด้วย
ส่วนเป็ดก้อหักขวา โดยไม่รู้ว่าเพราะตัวเฮียหรือบังคับทิศไม่ได้ ขำกันจะตาย
จนสุดท้ายไม่รู้ใครเข้าก่อนเข้าหลัง แต่รู้อยู่อย่างว่า
"ขาโตขึ้นอีกแน่ๆ"
กิจกรมหลักๆหมดไปแล้ว สองวันกะหนึ่งคืนผ่านไปเร็วจริงๆ
แต่ก้อสนุกดีนะ จะจำไว้เลย เป็นการเที่ยวที่ไม่ต้องคิดถึงอะไรเลย
ได้พักผ่อนสมองดีจริงๆ
Thankz for the trip members na'
you bring me good times there..and now.
hope you enjoy that trip na
ลองฟังเพลงนี้ดูนะ "ปลดปล่อย"ของ calories
"ปล่อยให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ปล่อยใจฉันไปอยู่ข้างดวงดาว"
"ไออุ่นล้อมใจเลี้ยงกายกอดฉัน ได้ไหมพาใจฉันไปอยู่กับดาว"
March 14 ตุ๊กตา...ที่น่ารักของข้าพเจ้ามีตุ๊กตาอยู่ที่บ้าน เห็นหน้ามันทุกวัน
นอนกะมันทุกวัน มันมีชื่อด้วยนา
ชื่อตุ๊กตาแต่ละตัวเราตั้งเองนะเพราะจะได้เรียกง่ายๆ
แล้วก็น่ารักดีด้วย...อิอิ
วันนี้ก็เลยแนะนำน้องๆ สมาชิกที่บ้านเราซะหน่อย ตัวแรก..ชวนชื่น
ตัวนี้ได้มาจากการจับฉลากปีใหม่ปีที่แล้ว
งานปาร์ตี้จัดที่บ้านลุงก๋องที่หมู่บ้านชวนชื่นอ่ะนะ
ชวนชื่นเป็นรางวัลพิเศษ...ที่ใครๆในงานก็หมายปอง
ตัวนี้เป็นตัวโปรดด้วย เพราะมันตัวใหญ่ดี
ตอนแรกที่ได้มา แย่งกันสามคนแต่สุดท้ายสองคนที่เหลือ
ทนขนาดของมันไม่ไหว เลยโยนให้มาอยู่กับเรา
มันกอดแล้วอุ่นมากๆ เวลาขำก้อกอดๆตบๆมัน
เวลาร้องไห้ ก้อเอาหน้าซุกมัน แต่ตอนนี้มันไดเอ็ทไปเยอะ
เพราะฟัดมันทุกวัน พุงมันเลย แฟ่บลงๆ
ตัวที่สอง.. ลานสล็อต
เป็นเท็ดดี้แบบยืนสีน้ำตาลมีโบว์ลายสก๊อต
นานจนจำไม่ได้ว่าได้มายังงัยแต่ตัวนี้อยู่ด้วยกันมานาน
ตั้งแต่ที่นครปฐม เมื่อก่อนติดมากจนต้องเอามาทม.ด้วย
นอนด้วยกันทุกคืนเลย รักมาก ขนาดเอาไปเก็บตัวด้วย
ชื่อมันเอามาจากชื่อของตุ๊กตานางเอกในหนังตอนเด็กๆ
ตัวที่สาม.. ตาแป๋ว
แฮมทาโร่ตัวเท่าขาของชวนชื่น
ชอบเพราะขนาดกำลังดี ตาโตมากๆ หนุนก็ได้
เอาขาพาดก็ดี....ว่างๆ ก็เอามาต่อยเล่น
ตัวที่สี่..หางอึ่ง
แฮมทาโร่ตัวจิ๋วที่พี่เติ้งซื้อให้
หน้าตาไม่เหมือนตาแป๋วเพราะหน้ายาวกว่า
แขวนไว้กับที่ใส่ซีดีสีฟ้า ที่ได้ชื่อนี้ก้อเพราะว่า
หางมันเหมือนหางอึ่ง น่าเกลียดเอ๊ยน่ารักเชียว
ตัวที่ห้า...จาเร็ท
น้องหมาหน้าตาหล่อเหลา
แววตาเศร้าๆ อ้อนๆ ตัวนี้หวงมาก
อายุมันพอๆหรือนานกว่าลานสล็อทซะอีก
แต่กลัวมันเยิน เลยเก็บไว้ ไม่เอามาฟัด
ตัวที่หก..ไอ้ฟลุ๊ค
มาชิมาโรสีชมพูที่ได้มาจากการจับ
ตุ๊กตาในตู้...ฟลุ๊คได้มาในราคาแค่สิบบาท
แขวนอยู่กะแฟ้มสีชมพู หวานแหวว
ตัวที่เจ็ด.. ถุงเท้า
ตัวนี้เป็นแฮมทาไร่ที่โผล่มาจากถุงเท้า
น่ารักดี แต่เน่าแล้วหล่ะ..เหอะๆเพราะติดอยู่กับกระเป๋าคอม
ตัวที่แปด.. เท็ดดี้ พิ้งกี้
เป็นแฝดกับตุ๊กตาเฟิร์น เพราะโน๊ตวิศวะซื้อให้
เฟิร์นกะเราตอนวันเกิด สีชมพูช็อกกิ้งพิ้ง
ตัวนิ่มยวบยาบ น่ารักดี กอดไม่ได้เพราะตัวเล็ก
แต่ก้อเอามานั่งข้างๆที่นอน
ตัวที่เก้า.. รุ่งทิพย์
หมีน้อยสีน้ำตาล ขนเยินๆ นิ่มๆน่ารัก
ลุงรุ่งทิพย์ซื้อมาให้ เป็นของขวัญรับปริญญา
ให้โดยวางมันไว้ที่เก้าอี้ทำงาน
เห็นครั้งแรกก็รักมันเลยแหล่ะ กอดได้กำลังดีด้วย
ตัวที่สิบ.. ตุ้มเม้ง
หมีน้อยสะโพกใหญ่ได้จากรับปริญญาครั้งล่าสุด
พ่อตั้งชื่อให้เลยนะเนี่ย
ตัวที่สิบเอ็ด.. แอนดรูว์
หมาน้อยบูลเทอเรียขนาดเท่าหมอน
สีขาวสะอาดซึ่งจะเน่าในอีกไม่กี่วันนี้
ตัวที่สิบสอง.. Schtroumfette
กระต่ายน้อยสีขาวครีม ส่งตรงจากฝรั่งเศส
โดยคุณบิ๋ม...อนุเคราะห์ชื่อโดยคุณจ๊อด
(ตัวเมียด้วยนะตัวเนี๊ยะ)
อ่ะ ลงท้ายด้วยข้อมความน่ารักๆที่ได้อ่านมานะจ้ะ
Girl: Do I ever cross your mind?
Boy: No Girl: Do you like me? Boy: Not really Girl: Do you want me? Boy: No Girl: Would you cry if I left? Boy: No Girl: Would you live for me? Boy: No Girl: Would you do anything for me? Boy: No way Girl: What would you choose: your life..or me? Boy: My life The girl runs away in shock and pain and the boy runs after her and says... The reason you never cross my mind is because you're always on my mind. The reason why I don't like you is because I love you. The reason I don't want you is because I need you. The reason I wouldn't cry if you left is because I would die if you left. The reason I wouldn't live for you is because I would die for you. The reason why I'm not willing to do anything for you is because I would do everything for you. The reason I chose my life is because you ARE my life. February 21 สิ่งมีชีวิตในโลกของฝ้ายในโลกของเรานะ เราคิดว่า...
สิ่งมีชีวิตที่ตลกที่สุดในโลก...................หมา
สิ่งมีชีวิตที่น่ากอดที่สุดในโลก................หมี
สิ่งมีชีวิตที่เชิดและหยิ่งที่สุดในโลก...........แมว
สิ่งมีชีวิตที่อยากสัมผัสมากที่สุดในโลก.......สิงโต
สิ่งมีชีวิตที่น่าติดตามมากที่สุดในโลก.........หนอน
สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดในโลก................ดอกไม้
สิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายที่สุดในโลก............จรเข้
สิ่งมีชีวิตที่น่าสมเพชที่สุดในโลก..............กระจั๊วะ
สิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญมากที่สุดในโลก..........นกพิราบ
สิ่งมีชีวิตที่ดูแล้วน่าเบื่อที่สุดในโลก...........ปลาในตู้
สิ่งมีชีวิตที่อยากอยู่ห่างมากที่สุดในโลก.......ลิง
สิ่งมีชีวิตที่อยากอยู่ใกล้มากที่สุดในโลก.......แมนต้าเรย์
สิ่งมีชีวิตที่ขาดไม่ได้ที่สุดในโลก..............ต้นไม้
สิ่งมีชีวิตที่เชื่อไม่ได้ที่สุดในโลก..............ผู้ชาย
สิ่งมีชีวิตที่ไว้ใจได้มากที่สุดในโลก...........ไม่มี
สิ่งมีชีวิตที่วุ่นวายที่สุดในโลก..................ผู้หญิง
สิ่งมีชีวิตที่เท่ที่สุดในโลก.....................แองเจลีน่า โจลี่ สิ่งมีชีวิตที่ดังที่สุดในโลก......................เบรดพิท
สิ่งมีชีวิตที่เหนื่อยที่สุดในโลก.................นักบอล
สิ่งมีชีวิตที่ไร้หัวใจที่สุดในโลก................หมอ
สิ่งมีชีวิตที่ทำให้หงุดหงิดที่สุดในโลก.........คนขับแท็กซี่
สิ่งมีชีวิตที่ประหลาดที่สุดในโลก..............ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์
สิ่งมีชีวิตที่อัจฉริยะที่สุดในโลก................ลีโอนาโด ดา วินชี
สิ่งมีชีวิตที่ก้าวร้าวที่สุดในโลก.................ทักษิน
สิ่งมีชีวิตที่มืดมนที่สุดในโลก..................แวนโกะ
สิ่งมีชีวิตที่เจิดจ้าที่สุดในโลก..................น้องเรนกะคุณจุ๊บ
สิ่งมีชีวิตที่ใจดีที่สุดในโลก....................นินี (คิดถึงเรนแล้วคิดถึงนินีทันทีเรย)
สิ่งมีชีวิตที่ฟิตที่สุดในโลก.....................เฟิร์น
สิ่งมีชีวิตที่นอนอึดที่สุดในโลก................ฟ่าง
สิ่งมีชีวิตที่โตเร็วที่สุดในโลก..................ฟาง
สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลก.................พี่ใจ
สิ่งมีชีวิตที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก................พี่เม
สิ่งมีชีวิตที่ลึกลับที่สุดในโลก..................เจด สิ่งมีชีวิตที่ดูขาวๆกลมๆมากที่สุดในโลก.......พี่ดอน (เอ่อ..อย่าว่ากันนะ)
สิ่งมีชีวิตที่ถึกที่สุดในโลก......................เบส
สิ่งมีชีวิตที่ขำได้กินใจมากที่สุดในโลก........พี่กีนู
สิ่งมีชีวิตที่เสียงดังที่สุดในโลก.................อาจารย์เท้ง
สิ่งมีชีวิตที่คิดเป็นระบบมากที่สุดในโลก.......พี่เติ้ง
สิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายที่สุดในโลก................พี่ตูน
สิ่งมีชีวิตที่กวนทีนมากที่สุดในโลก............ฟาบิโอ
สิ่งมีชีวิตที่เม้าท์ด้วยได้ทุกเรื่องในโลก........บิ๋ม
สิ่งมีชีวิตที่อยู่ไกลกันมากแต่คุยกันบ่อยที่สุดในโลก....อุ๊
สิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงเรามากที่สุดในโลก.......น้องทั้งสอง
สิ่งมีชีวิตที่คิดถึงมากที่สุดในโลก..............แม่
February 18 ซุ่มซ่ามเซ่อซ่าวันพฤหัสได้เล่นกะพวกญี่ปุ่นด้วยอ่ะ
นำทีมโดยนายยูกิ...เล่นดีชะมัด อยากให้นักบาสเรา
เล่นกันแบบนี้มั่งจัง...เล่นด้วยแล้วสนุกที่ จ่ายบอลดับเบิ้ลพาสกันสวยมั่กๆ
ส่วนวันศุกร์ที่ผ่านมานัดกันไปเล่นบาส ไปกันเยอะเชียว...สนุกดี
มีเฟิร์น พี่เม พี่ดอน เบส แหลม เจด โจ้ พี่หนุ่ม พี่วุฒิ พี่เติ้ง พี่ก๊อบจีน
พี่ไมค์ พี่ลั่น ทำให้สนามมีสีสันขึ้นมาหน่อย..
เล่นเพลินๆก้อกะลังสนุกๆเล่นสนามใหญ่ไม่พอกระแดะจะไปเล่นสนามเล็กอีก
แต่สนามเล็กต้องระวังเป็นพิเศษเพราะคนอื่นจะไม่ค่อยเซฟเราเหมือนสนามใหญ่
แต่ด้วยความโง่+เซ่อก้อเจ็บอีกจนได้ มันจะไม่เท่าไหร่หรอกถ้าไม่โดนเข่า แผลเก่า
ด้วยความที่ทีมโน้นเค้าโมโหลุงโทรโข่งแล้วก้อมาลงที่เรากะพี่เม(ซึ่งโดนไปหลายตุ๊บเหมือนกัน)
ตอนแรกก็ลุกไม่ขึ้น(เหมือนเดิมเรยอ่ะ) แต่ซักพักก็เดินได้ แต่มาวันนี้เด่ะ เดินไม่ได้แล้วอ่ะ
เซ็งเจงๆ ต้องขอโทดพี่ตูนง่ะ..ที่จะนัดไปตีแต่ไปมะได้แล้นเหอะๆ
นอนอยู่บ้านนนนนนน...เซ็งเรยยยยย February 01 ข้อความน่ารักๆจากเพจเจอร์วันนี้เจอะกับสมุดเล่มนึง
ที่จดข้อความดีๆเอาไว้ จากเพจเจอร์...
นั่นมันนานมาแล้วนะ..แต่เมื่ออ่านแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
ถึงแม้ตอนนี้ ทั้งตัวและใจเราก็ห่างกันไปแล้ว..
อ่านแล้วอดคิดถึงไม่ได้ เลยเอาบางมาให้อ่าน เผื่อเจ้าของข้อความจะจำได้..
ลองดูซิ ใครเคยส่งมาหาเราบ้าง...ขอบคุณมากๆนะ สำหรับข้อความเหล่านี้
แล้วก็ขอส่งความรู้สึกดีๆ กลับคืนไปนะ
ถึงแม้ว่าจะจำไม่ได้แล้วก็ตาม...บางอันจะไม่ลงชื่อคนส่งอ่ะนะ จำได้ก็จำกันเอาเอง
สำหรับบางคนที่พาดพิงถึง.. คงไม่ว่ากันนะ
"happy birthday/someone" (เป็นข้อความแรกในเล่มล่ะ..ว่าแต่ใครส่งมาไม่รุ)
"Happy birthday พี่ฝ้ายขอให้พี่เจอแต่สิ่งดีๆ ขอให้เคโกะน่ารัก
ขอให้ทีมบาสสาธิตจุฬาเป็นแชมป์ตลอดไป" (น่ารักมากกกน้องคนนี้)
"สุขสันต์วันเกิดขอให้มีความสุขมากๆ คิดอะไรขอให้สมดังหวัง
เอ็นติดคณะที่ต้องการ และขอให้น่ารักขึ้นทุกวันทุกคืน แต่อยากให้น่ารักกว่านี้
ก็ควรพาพี่ไปเลี้ยงนะจ้ะ" (จากพี่ชายที่แสนดีเหอะๆๆ...เฮียพอใจ)
"ว่างก็โทรมาได้นะ ตอนนี้ไม่อยากอ่านหนังสือ" 07/04/96 (จากคนหาเรื่องขี้เกียจ)
"สบายดีรึเปล่า ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ สบายดีด้วย" 17/04/96 (จากแอ๋มน้องสาวที่น่ารักอีกคน)
"นินีอยู่ที่ซีคอน พี่ฝ้ายไม่มาเล่นด้วยจริงหรือ ถ้ามายังทันนะ
มันเริ่มกี่โมงก็ได้ เกมส์ยากมากเลย ถ้าไม่มาเพจมาให้กำลังใจด้วยแล้วกัน" 10/05/96
(จากนินี..แต่ว่ามันเกมส์อารายหว่า ลืมไปแล้ว)
"กำลังจะไปญี่ปุ่น ฉันรู้ว่านายรู้แล้ว แต่จะโทรมาบอกอีก
มีอะไรไหม ขอบใจที่ไม่ฝากซื้ออะไร แต่จะซื้ออะไรมาฝาก" 11/05/96 (จากยัยบิ๋ม)
"ตอนนี้อยู่ไหนเพจบอกด้วย เบอร์เพจใหม่
1144-554997" 13/05/96 (เบอร์ใครเอ่ย...จำได้ป่าว)
"เราทำตามสัญญาแล้วนะ จะเพจมาทุกชั่วโมงเลยล่ะ
อย่าหวังว่าจะได้นอน" 14/05/96
"ล้อเล่น เรารู้ว่าพรุ่งนี้ต้องแข่งบาส หลับฝันดี" (จากพี่ชายคนนึง)
"เมื่อกี๊โทรมารึเปล่า ถ้ามีอะไร(กรุณา)โทรกลับก็ได้
ถ้าอยากให้โทรไป(กรุณา)โทรกลับบอกด้วย" 04/06/96 (หุๆ คนนี้มันกวน)
"น้องฝ้ายตั้งใจเรียนและแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในการสอบครั้งแรกให้ดี
ไม่ต้องห่วงเรื่องบาส อาทิตย์หน้าเจอกัน รัก" 06/08/96 (โค้ชสุดโหด)
"ทำอะไรอยู่สอบเสร็จหรือยัง ขอโทษทีที่ไม่ค่อยได้เพจไปหา ช่วงนี้สอบพอดี
ไว้มีโอกาศคงได้พบกัน" 02/08/96 (จากเพื่อนที่ต้องไกลกัน)
"กินข้าวทีละเม็ดหรือว่าหลับในห้องน้ำ" 02/09/96 (เพื่อนทีแสนดี..)
"นอนเถอะนะ อย่าหักโหมมากเลย ไว้ทำต่อพรุ่งนี้แล้วกัน
พรุ่งนี้จะไปนอนให้ดู ด้วยความเป็นห่วง" 17/09/96 (พี่ปี 2)
"พวกเรากำลังจะนอนแล้ว แล้วจะนอนเผื่อ"(จากเจ้าพวกปี 2 อีกนั่นแหล่ะ)
"จะไปซ้อมบาสแล้ว วันนี้มินจะมาซ้อมรึเปล่าเพื่อนๆคิดถึงมาก" 27/09/96 (จากโอ)
"123ปลาฉลามขึ้นบก 456จิ้งจกตกบันได 789นกกระจอกเสียงใส 10 รู้ไหมใครคิดถึงเธอ"
08/11/96 (อันนี้ไม่บอกว่าใครส่งดีกว่า รู้แล้วจะตกใจ คิกๆๆ)
"วันนี้ไปเชียร์ไม่ได้ แข่งให้ชนะแล้วกัน จะรอฟังผล"
09/11/96 (จาก..อุ๊)
"เพจมาหาเผื่อจะลืมลบเพจเก่าๆ เราจะได้ดันเพจที่อยากเก็บหายไปบ้าง
แกล้งคนสนุกดี แต่ไม่ต้องเพจหานะขอร้อง ไม่มีที่เก็บ" 10/11/96
(จากบิ๋ม..พนันได้ว่าเราต้องเพจกลับแหงๆ)
"อยากหยุดเวลาตอนนี้เอาไว้ให้นาน ถึงแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม
เพราะกลัวว่ากาลเวลาจะทำให้ต้องห่างไกลจนทำให้
ความรู้สึกตอนนี้ค่อยๆจางหายไป" 13/11/96 (อืม...คิดถึงนะ)
"เตรียมอุปกรณ์เหล่านี้ 1 ไฟแช็คหรือไม้ขีดไฟ
2 น้ำมันก๊าดหรือวัตถุไวไฟ
วิธีทำ ราดน้ำมันก๊าดลงบนผลงาน แล้วจุดไฟเผาส่งอาจารย์" 16/12/96
(ดู๊ ดู มันคิด)
"ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ติดต่อตัวเอง เค้าสบายดี..ยังไม่ตาย"
06/01/97 (ไม่บอกว่าใครอีกอ่ะ คิกๆ)
"ไม่ได้ฝันร้ายหรอก แต่ข้าวของบนเตียงกระจัดกระจายไปหมด
ไม่รู้ทำไม เมื่อคืนมาทำอะไรรึเปล่า" (จากเพื่อนที่ข้าพเจ้าไปเข้าฝัน)
"ลอกการบ้านกันบางที จะตีกันบ้างก็บางหน หัวเราะด้วยกันทุกคน
มีความเศร้าปะปนบ้างก็ดี อย่าปล่อยให้เหงาอยู่อย่างนี้
ห่างไกลใช่จะร้างไมตรี เพื่อนรักที่แสนดี จะอยู่เป็นกำลังใจตรงนี้เหมือนเคย
10/03/97 (ซึ้งจังจากเพื่อนวิทย์ข)
"ตอนนี้เล่นบาสอยู่ไม่มีอะไรทำ แล้วเป็นยังงัยบ้างสนุกรึเปล่า
ถ้าคิดถึงก็ให้คิดถึงหม้อต้มน้ำ" 12/03/97 (ทำไมต้องเป็นหม้อต้มน้ำล่ะ...งง)
"ถ้าอยากสร้างตึกก็รีบๆอ่านหนังสือซะวิชาไหนจะช่วยได้ ถามฉันก็ได้
แต่ถ้าอยากสร้างกาต้มน้ำรุ่นที่ดีที่สุดในโลกล่ะก็ ไม่ต้องซีเรียสก็ได้ เลือกเอาเอง
อย่าลืมว่า สถ. คะแนนสูงนะ" 17/03/97
(จากเพื่อนที่น่ารักที่สุดในโลก ว่าแต่..ฉันมีอะไรกะกาต้มน้ำวะเนี่ย)
"วันนี้แสดงวันแรก อย่าหน้าแตก พยายามเข้านะ"
10/05/97 (จาก... แต่ว่าให้กำลังใจหรือว่าแช่งฟะ)
"เมื่อกี๊ไปดูละครสถาปัตย์มาสนุกดี
นักข่าวก็น่ารัก ตอนนี้ถึงหอแล้ว"10/05/97
(เหอะๆๆ..ขอบคุณที่ชม)
"hey! my daughter I just call u for 10 minutes
And unfortunatly you are TAKE A BATH. I'LL call you
again. You must not miss my calling
If you miss I'll damn you" 29/07/97 (from Sarn เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ..)
ทำงัยดีนอนไม่หลับแล้ว เมื่อกี๊ตื่นมาเพราะโดนผีอำ เลยต้องโทรมาแกล้ง"
21/09/97 (...ข้อความสุดท้ายในสมุดล่ะ)
จริงมีข้อความน่ารักๆอีกเยอะแยะเลย ข้อความเศร้าๆก็มาก
เหมือนเป็นไดอารี่..เพราะจะรู้ว่าวันไหนเราทำอะไรและใครทำอะไรบ้าง
น่ารักดี..แต่พิมพ์ไม่ไหวแล้วล่ะ...
อยากให้เก็บความรู้สึกดีๆเอาไว้นะ..รักและคิดถึงเพื่อนๆทุกคนเลยนะ
(แล้วคงได้พบกันอีกล่ะ)
January 25 เหงาๆ เมื่อลมหนาวผ่านไปเมื่อลมหนาวผ่านไปพร้อมๆกับ
ความรู้สึกเหงา
ตื่นมาพร้อมกับความรู้สึก
lonely sad and blue.. ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
ไม่อยากทำงาน ไม่อยากไปเที่ยว
อยากกิน ไม่อยากนอน
ไม่อยากเจอหน้าใครๆ
คนเดียวมันเหงา มันหนาวข้างใน จะมีใครรู้ไหมว่า ถึงแม้อยู่กับหมู่คนมากมายก็ไม่ช่วยอะไรเลย
เรื่องราวของความรัก
รวบรวมมาให้อ่านกัน
ชีวิตได้สอนเราว่า
ความรักไม่ได้ประกอบด้วยกันจ้องมองซึ่งกันและกัน แต่เป็นการจ้องมองไปในทิศทางเดียวกัน หมาป่า พูดกับ ดอกกุหลาบ อองตวน เดอ ซูเปอรี "มีประโยคหนึ่งในหนัง IL MARE
ที่น่าสนใจมาก ... เขาบอกทำนองว่า . ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักนะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก ... แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้ ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า มีวันที่รักมา ก็อาจมีวันที่รักไปได้ ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่ เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามาก เขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ ไม่ได้บอกว่า ... รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือหดน้อยถอยลง ก็จะเป็นเพราะคนสองคน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก ... แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฎเดียวกัน มันจะ เกิดขึ้น ... ตั้งอยู่ ... แปรสภาพ แล้วก็จบลง รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้ เพราะวันหนึ่ง ไม่เราก็เขาก็ต้องตายจากกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ... วันนี้เขาอยู่หรือจากไป สำคัญที่ว่า ... ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ขอให้มีความทรงจำที่ดี ... ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้ ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ ก็คงไม่กระไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน ร้องไห้แล้วก็อย่าร้องเปล่า ๆ มองให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตไปด้วย ได้แต่อวยพรให้คุณเข้าใจชีวิตมากขึ้น เติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น แต่อย่าแข็งกร้าว ขอให้อ่อนโยนแต่เข้มแข็ง และขอให้วันใหม่ในชีวิตมาถึงในอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้ วันที่เราจะไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป" ---------------------------------------- ส่งมาให้เป็นกำลังใจสำหรับทุกคน ทั้งที่กำลังมีความรัก และความรักได้จากไปแล้ว ปล.จากข้อความหนึ่งใน www.bookcyber.com --.........ความรัก....ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์..........<--
บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เรา .....เรียนรู้ มิใช่ ให้เราครอบครอง... ไม่ผิด หากจะ รัก คนมีเจ้าของ แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน หน้าที่ของ ความรัก คือการ เดินไปมอบ.... ......ความรัก และยืนเฉยๆ เพื่อรับมัน .... ......ไม่ใช่ การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา... ในห้วง รัก การ ถูกรัก มันสุขใจ การ มอบ ความรัก มันอิ่มเอม และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน... ความรัก จะเกิดขึ้น เมื่อเกิดการถ่ายเทพลัง อันอ่อนโยนของ คนสองคน... ความรัก มิใช่ การเข้าไป เป็น ชีวิตเขา แต่คือการเข้าไป อยู่ข้างๆ ชีวิตเขา... คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรา รัก ....แต่ ไม่เหมาะ ที่จะร่วมชีวิตด้วย... ความรัก ระยะแรก ทำให้ร่างกายหลั่ง .......สารกระตือรือร้น ... ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่ง ความรัก.. แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวัน ....ข้างหน้า... ในวันที่ ความรัก คงที่ สารกระชุ่มกระช่วย...... ......งดทำงาน..... สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ.... .....ความเข้าใจ ล้วนๆ... ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึง..... ....หอมหวาน .... และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ใน. ...วันจาก... บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก มักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย... ผู้ชายแสดง ความรัก ด้วยการกระทำ ขณะที่.. ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จาก คำพูด... ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้ ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์ ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่ ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์ ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน ความรัก ไม่ต้องแค่น หัวใจคน ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก "ความรักมิได้เป็นเพียงดอกไม้สด
รอยยิ้มละไม จูบลึกซึ้ง ลมอ่อนโยน เท่านั้น แต่ยังเป็นสนเขียวกลางฤดูหนาว เป็นประกายไฟในราตรีกาลอันมืดมิด เป็นมืออบอุ่นที่ช่วยประคองในยามเดินทางไกล " ไอหมิงจือ (ยอดคน ยอดคำ สุภาณี ปิยพสุนทรา) จากนานะ
"ตอนนั้น เพราะอะไรกันนะ ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา
เป็นเพราะอะไรก็อธิบายไม่ได้หรอกแต่ว่า
มือของนานที่ยื่นมา ทำให้อบอุ่นอย่างคาดไม่ถึง...
และร้องเข้าไปถึงข้างในเลยล่ะ"...ฮาจิ
"ฉันไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ที่จะให้อภัยคนที่หักหลัง
และไม่เข้มแข็งพอ ที่จะยอมรับความเจ็บปวดได้"
"วันต่อมาฉันใช้เวลาอยู่บนเตียงทั้งวัน เหมือนคนป่วย
ทำเหมือนไม่คิดอะไร ทั้งๆที่อยากทำอะไรให้ลืมมัน
แต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร ได้แต่ฝันถึงโชจิ"...ฮาจิ
"ในตอนนั้นฉัน ไม่สามารถรักใครได้ดีเท่าไหร่นัก
ก็ช่วยไม่ได้ ที่จะไม่มีใครมารัก"...ฮาจิ
"ถึงจะคิดสิ่งที่อยากได้มากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถเรียกกำลังใจกลับมาได้แล้ว
ขอเพียงอย่างเดียว ที่สามารถทำให้เราก้าวต่อไปได้ ถ้ามีสิ่งนั้นก็ดีน่ะสิ"...ฮาจิ
"ท้ายที่สุดคนเราก็ต้องโดดเดี่ยว ถึงใกล้ชิดมากแค่ไหน แต่ก็เป็นคนๆเดียวกันไม่ได้
การให้ใครซักคนเป็นของตัวเองน่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก"...ยาสุ
January 18 4เงิน 1ทองแดง หุๆสวัสดีทุกๆคน ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนบล็อคของเราอ่านะ
คราวนี้จะเล่าถึงงานกีฬาบัณฑิตแห่งประเทศไทย
ที่เราไปแข่งมาเมื่อวันที่ 14-16มกรา ณ ม.บูรพาอ่ะจ้ะ
วันแรก...เราไปรถเที่ยวสี่ทุ่มออกที่คณะครุ
เที่ยวแรกหกโมงเราไปไม่ทัน(จริงๆก็ไม่อยากไปเที่ยวแรกหรอกอ่ะ)
เพราะต้องดูน้องๆแข่งซ้อมกะโรงเรียนไตรมิตร
ไม่เสียแรงที่อยู่ดูเพราะน้องๆเล่นดีมั่กๆ(2Qหลังอ่ะนะ)
ไปถึงอีกนานกว่าจะสี่ทุ่ม..แต่รถออกจริงๆก็เกือบห้าทุ่ม ง่วงชะมัด..
ไปถึงบางแสน บีช รีสอร์ท ตอนเที่ยงคืน
ด้วยอาการง่วงและปวดหัวเต็มที่ก็เริ่มงอแงอยากนอน
หน้าเริ่มบูดกลายเป็นตูด..แล้วอากับกริยาก็เริ่มจะพาล...
แต่อาการทั้งหลายก็ทวีคูณ ปวดหัวกลายเป็นปวดขาแทน..
หน้าเป็นตูด กลายเป็นซอบบี้เดินได้แทน เพราะจากลอบบี้ต้องเดินไปเป็นกิโล
กว่าจะถึงบังกะโลที่นอน..
วันแรกแข่งบาสกะเกษตร..งานนี้ต้องชนะอย่างเดียวไม่งั้นตกกระป๋อง
แล้วจะไม่ได้เหรียญ..แหมๆก็สองปีที่แล้วเหรียญเงินกะเหรียญทองแดง
คราวนี้ ขอทองแดงก็ได้
วันแรกผ่านไปได้ด้วยดี(แต่ตัวดำ ... เล่นสนามกลางแจ้งอ่ะ) แต้ม 45-14
กองเชียร์ก็มาเชียร์กันสนุกเต็มที่..น่ารักมั่กๆ
แต่เรา นักกีฬา เหนื่อยกว่าที่คิด..น้องๆก็ชวนออกแต๊ดแต๋กลางคืน..แต่เราไม่ไหวอ่ะ
ท่องเอาไว้..มาแข่งกีฬาๆ
วันที่สอง เจอ ศรีปทุม ดีหน่อยที่แข่งในร่ม แต่ เหอะๆ ดูตัวแล้ว..ทีมชาติ ตายแน่ๆ
พอเล่นจริงๆก็สู้ได้แฮะ...ใหญ่แต่ตัวนี่นา เอาวะเกาะๆแต้มไว้..
เวลาจะเลย์อัพ เราเร็วกว่ามาก เอาวะๆๆขอฟาล์วลงหน่อยแล้วกัน..
ตึงๆๆๆ เลี้ยงหลบคนแรกอย่างสวยงาม ไปเจอคนสุดท้ายที่เป็นยักษ์เฝ้าประตูวัดโพธิ์
ก้าวที่หนึ่ง เห็นshe ทำตาถลนแบ่บว่า"ตายแน่มึง"
ก้าวที่สอง เห็น she เงื้อมือมาแต่ไกลอารามว่า"ตายแน่ๆๆๆๆมึง"
"ตายแน่กู...." โดนท่อนแขน she เข้าไปคงน๊อคตายคาที่
ด้วยสัญชาติญานก็หลับตาปี๋ แล้วก็หลบลอดใต้จั๊กกะแร้
สาวยักษ์วัดโพธิ์ขึ้นไปเลย์ได้ยังงัยไม่รุ...ได้อีกสองแต้ม..
แต่ไอ้ที่คิดว่าจะเอาฟาล์วด้วยก็ล้มเลิกความคิดไปโดยปริยาย
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี เนอะๆ
ที่เกาะๆแต้มไว้กะว่าไว้Q4ค่อยเอา...แต่แล้วววว...ก็พ่ายไปด้วยห่างแปดแต้ม..
ถึงแม้จะไล่มาเป็นเหลือสองแต้มบ้างเป็นครั้งคราว..ด้วยการเลย์ลอดจั๊กกะแร้ของเรา
การยิงสามแต้มของน้องเม และการยิงไกลของพัตร แต่ส่วนใหญ่ก็ห่างประมาณนี้
เพราะถ้าเราไล่มาเหลือแค่สองแต้มหรือสี่แต้ม เค้าก็ส่ง โอ่งยักษ์ มาสองใบ
ถึงแม้จะเก็บwalking ของน้องโอ่งไปได้เยอะ เพราะมันเล่นเอา ตัว+นม+หัว
ไถเข้ามาอย่างเดียวจนลืมเลี้ยงบอล(ทีมชาติเค้าเล่นกันแบบนี้หรอวะ)
ข้าพเจ้าที่ปกติยืนตัวนอกแต่กลับต้องมายืน center กลาง เวลา defence
ก็...เป็นเหมือนตั๊กแตนโดนโอ่งทับแบนแต๋อยู่ดี แล้วเราก็...ตกรอบบบบบไปด้วยที่กองเชียร์ดูแล้วบอกว่า
เหมือนเอาเสาไฟฟ้ามาแข่งกับหลักกิโล..เหอะๆ
ด้วยความแค้นอยากได้เหรียญ..ปีนี้ปีสุดท้ายแร้น...จาอาวเหรียญๆๆๆๆ
ถึงแม้ว่าปีนี้กองทัพนักกีฬาของมหาลัยต่างๆได้ขนทีมชาติมาเป็นขบวน
ทั้งชาติเก่าชาติใหม่..ชาติไหนๆ เอาเป็นว่าที่มีดีกรีหน่อยก็เอามาหมด
จนเราหลงนึกไปว่า "ตูมาแข่งกีฬาแห่งชาติรึเปล่าวะเนี่ย"
แต่ก็ยังคิดว่าจะเอาเหรียญกลับบ้านให้ได้ แล้วสองวันแรกจุฬายังไม่มีเหรียญเลย
ไม่ได้แล้ว...เสียชื่อ...
คิดว่าเอางัยดี...พอมีอีกทาง...ว่ายน้ำ เป็นอีกชนิดกีฬาที่พอจะ จ๋อมแจ๋มๆ แล้วเอาเหรียญได้
คิดเช่นนั้นก็เอาเลยๆๆ ลงชื่อแข่งไปในทันที
วันที่สาม วันนี้วันสุดท้ายแล้ว แข่งว่ายน้ำ 9.00น. ด้วยการประสานงานที่ดีม๊ากมาก
ของกองกลางปีนี้ ทำให้เรา(ซึ่งเป็นนักกีฬา)ไปสระว่ายน้ำผิดสระ!!
ต้องตาลีตาเหลือกรีบนั่งรถไปอีกสระเองคนเดียว (ไม่มีรถให้)
ดูเด้..ไม่มีใครดูแลนักกีฬาไม่มีดีกรีคนนี้เล้ย...
ไปถึงสระที่ใร รร. สาธิต ม.บูฯ เป็นสระ 25 เมตร อืมๆ น่ารักๆ ความยาวกำลังพองาม
มีแข่งระยะแค่ 25 เมตร และ 50 เมตร พอขำๆ..แต่พอกวาดตามองนักกีฬา
..ตูขำไม่ออกอ่ะ แม้จะเป็นหญิง...แต่ปีก..หยั่งงี้ ขา..หยั่งงี้ ดำ..แบ่บนี้ หัวหยิกๆ..แบบนี่ ล่ำบึ๊ก..อย่างงี
โอ้โฮ... มีดีกรีชัวร์....ทีมชาติ...อีกแล้วครับท่าน...
(โดยเฉพาะนักกีฬาของศรีปทุม..อีกแล้ว)
"อะไรกันวะ มันจะแข่งกีฬาเขตใหญ่กันรึฟะเนี่ย"
ทีมชายก็พอกัน ล่ำ บึ๊ก อย่างกับนักกล้าม
ดูแล้วไม่เข้ากับสระน้อยๆแห่งนี้เล้ย...
พอไปดูรายชื่อก็เป็นดังคาด..ชื่อเป็นตัวนักกีฬาเก่าทั้งน้าน...
เชอะลองแข่งซักรายการนึง ถ้าได้ก็ได้..ถ้าไม่ได้ก็ไปดูบอลดีก่า...
เราลงรายการฟรีกับกรรเชียง 50 เมตร เพราะมีน้องอีกคนลงกบ
รายการแรกกรรเชียง 50 เมตร ลงไปว่ายแบบตื่นๆ เอาวะสับแหลก
ชิ้ง.....รายการแรก...เหรียญเงิน....
"หา..ได้ได้งัยฟะ แล้วไอ้ที่ ดำล่ำบึ๊ก น่ะหายไปไหนกันหม๊ด"
แพ้แค่ตัวทีมชาติ(ขอไม่เอ่ยนาม)คนเดียวของม.ศรีปทุม
"เหอะๆๆๆ งานนี้มีลุ้นเฟ้ยๆๆ"
น้องที่ลงกบก็ได้มา2เหรียญเงินจากกบ
เราได้อีก1ทองแดงจากฟรี 50 เมตร
แล้วก็1เงินจากกรรเชียง 25 เมตร
เอาวะเริ่มสนุก .. ทีมชายจุฬาก็ไม่แพ้กัน
กวาดเหรียญ (เงิน) มาให้จุฬาเป็นกอบเป็นกำ
ประเภทเดี่ยวหมดไป เหลือประเภททีม..
ตอนแรก เรามีนักกีฬาหญิงแค่สามคน..
คือ ฝ้าย เป้(หมวยอินเตอร์) กิ๊บ(เซียนว่ายกบ)
แต่ว่าเห็นตัวแล้วพอจะได้เหรียญ
พี่ๆเค้าเลยเรียก "น้องปูม" นักกีฬามหัศจรรย์เล่นได้ทุกประเภทมีอีกเป็นคนที่สี่
แข่งผลัดเชียร์กันสนุกมาก..ทีมชายเราได้สองทองหนึ่งเงิน
(ที่ให้ทองกับเกษตรไปเหรียญนึงเพราะเขาขอ?)
ทีมหญิงได้สองเหรียญเงินจากผลัดกบที่เข้าที่สองแบบชิวๆ
และผลัดฟรีที่เราไล่จากที่สี่มาเป็นที่สองร่วม!!
ส่วนผลัดผสมที่ควรจะได้อีกหนึ่งเงิน เป็นอันหลุดไปเพราะฟาล์ว..งือๆ
แต่ไม่เป็นไร ได้สองเหรียญให้ทีมผลัดและเป็นของขวัญวันเกิดให้น้องปูม
ส่วนเรา ... งานนี้ สะใจ...
ได้ 5 เหรียญกลับบ้าน....เหอะๆ
4เงิน 1ทองแดง หุๆ
ยังงัก้อขอบคุณคนที่คอยเป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้นะ
ทำให้มีแรงฮึด เอาเหรียญกลับไปน่ะ November 29 L'hiver vient ...หนาวแล้วนะ...ทำใจให้อุ่นกันหรือยังจ้ะ...ปีนี้หนาวจับใจจริงๆ
แต่ก้อหนาวได้ไม่กี่วันเอง
อยากให้หนาวนานกว่านี้
แล้วก็หนาวกว่านี้
ใครมีเรื่องร้อนใจในหน้าหนาวนี้
ก้อขอให้ลมหนาวช่วยพัดให้ใจเย็นลง
แล้วก็หันมารักกันเยอะๆเข้าไว้นะ
อากาศแบบนี้ไม่มีคนอยู่ใกล้ๆคงสั่นแย่เลยล่ะ
แต่ถ้าใจอุ่นก็ช่วยได้เยอะล่ะ...รู้มั๊ย
คนที่ใจยังเหน็บหนาวอยู่ ก็ขอให้หายหนาวซะทีนะปีนี้
ส่วนคนที่ใจเต็มไปด้วยรักที่อบอุ่น
ก็ขอให้อบอุ่นกับไอรักแบบนี้ตลอดไปนะจ้ะ
November 01 to dear all my foreign friendsHi all who visit my space!!
first..from Alborg university
I miss you,all of you ... Rene'...thankz a lot for your comment!
i miss you a lot. hope all of you fine and happy with your life.
time is passing by ... so fast
all most 3 years pass!
i miss the time we worked at the workshop in BKK.
great time there
and from agglomeration workshop in Cergy...
how are you hope you enjoy your work and class.
Do someone continue the workshop in Affrica?
How about you. Haven't have a news from all of you for a long time.
i miss the monster groups members a lot.
i think we are the best team!!...
Oh Fabio! my dear... I MISS YOU.
never forget you.....
my very very very very nice Italian friend Ha Ha Ha
you are the best!!!
Gabriel , how are you.
How about your work?
you are so busy
i ve seen you online and work until late many many nights! take care of yourself and hope your work finish perfectly.
for me, i ve a 2 plans to travel again.
i'll goning to the top of mountain in Thai.
may be it's cooller than in BKK.
and let me out of this busy moment here.
PS. i went to the sea once a month to relax...ha ha ha
Miki...thanz for comment!
miss you all. September 21 ป่วยง่ะเมื่อวานตอนเช้า ตื่นมาแล้วมานั่งทำงาน เปิดคอมทำได้ไม่ถึงสามนาทีก็ปวดหัวข้างซ้ายตุ๊บๆอ่ะ เลยนอนต่อ.. ซักห้านาทีต่อมามันลุกไม่ขึ้น เริ่มคลื่นไส้และปวดหัวเพิ่มขึ้น เลยกินยาแล้วพยายามนอน ผ่านไปชั่วโมงนึงไม่หาย.... ปวดมากขึ้นๆๆๆ ไม่เคยปวดแบบนี้เลย มันปวดทั้งจมูก ทั้งตา ทั้งหัว ร้องไห้เลย.... สุดท้ายต้องโทรขอความชั่วเหลือ...แม่...ช่วยด้วยยยยยย ไปโรงพยายาล...หมอตรวจแล้วทำหน้าเหมือนว่า นังนี่ป่วยการเมือง แต่ตอนเย็นมาที่โรงเรียน ดูน้องเล่นบาส ก็ดีขึ้นเยอะเลย ...อย่างงี้มันป่วยเป็นอะไรหว่า...
September 14 ฝนนอนไม่หลับ...
ตอนนี้ก็ดึกแล้ว
แต่นอนฟังเสียงฝนแล้วเกิดเพลินขึ้นมา
เลยฟังไปเรื่อยๆ..
นึกถึงเวลาเก่าๆ ตอนหน้าฝน เราเคยทำอะไรมาบ้าง
อนุบาล ... ฝนตก ฟ้าร้อง เรากลัว
แต่คุณตาบอกว่ามันไม่น่ากลัว
มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ที่หล่อเลียงทุกชีวิต เรา เลิกกลัวฝนกลัวฟ้า
ประถม... ฝนตก เราได้กลิ่นฝน กลิ่นดินที่เปียกฝน
เรา น้อง กับเพื่อนบ้าน วิ่งออกไปเล่นน้ำฝน
โดยที่มีพ่อกับแม่คอยดูอยู่ห่างๆ เราชอบดูใบหญ้า
และต้นที่เปียกฝน สีมันจะเข้มขึ้น สวยขึ้น
มัธยม ... ฝนตก เรามองออกนอกหน้าต่างโรงเรียน
เกรงว่าจะทำให้กิจกรรมในตอนเย็นหยุดลง
แต่ไม่เลย เราเล่นบาสทั้งที่สนามเปียกๆ
แล้วก็วิ่งตากฝนไปสระว่ายน้ำ กระโดดลงน้ำเย็นๆ
ว่ายไปฝนก็ตกมาโดนตัว จั๊กจี้ดี
ป.ตรี ... ฝนตก เดินตากฝนแต่ต้องคอยหลบ
ไม่ให้ฝนโดนงานที่เป็นกระดาษกับหมึกสีๆ
ไม่รู้ทำมัยไม่ชอบใช้ร่มนะ แต่
คอยหวังว่าหลังฝนจะมีอากาศเย็นๆกับสายรุ้ง
มาให้ชื่นใจสักครั้งสองครั้ง
ทำงาน ... ฝนตก แย่แล้วรถติด... ถ่ายรูปไม่ได้ แดดไม่มี
ป.โท ... ฝนตก ใช้ร่มเป็นซักที แต่...เอ..
ไม่รู้จะไปไหนดี ทำงานอยู่บ้านดีกว่า
แต่มาคิดดูอีกที ฝนทำให้เราได้อยู่กับคนที่เรารักมากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น
ได้แบ่งปันความเป็นห่วงเป็นใย สายใยที่คิดถึงกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณตา คุณยาย
พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อนๆ คนรัก หรือแม้แต่เพื่อนร่วมโลก
...มิน่า..เราถึงชอบฝน...
|
|
|